บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

จ่อขายสมบัติชาติ สวาปาม


นสพ. พิมพ์ไทย

คอรัปเตอร์ปะดาบ-ช่วงปลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงหูกวาง หรือกระทรวงคมนาคม ต้องสะเทือนเลื่อนลั่นอีกครั้ง หลังกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดย”สาวิตย์ แก้วหวาน” เลขาฯสรส. พร้อมด้วย “อัปสร กฤษณะสมิต” ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) “แจ่มศรี สุกโชติรัตน์” ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสมาชิกทั้งสองบริษัทกว่า 30 คน ได้มายื่นหนังสือต่อ “จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” รมว.คมนาคม เพื่อให้รัฐบาลยุตินโยบายแปรรูป บริษัท ปตท. และ การบินไทย ให้พ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมี “พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก” รมช.คมนาคม
มารับหนังสือแทนในครั้งนี้ !!
“คอรัปเตอร์” บอกตามตรง “นายสาวิตย์” ในฐานะเลขาฯสรส. ระบุชัด ตามที่กระทรวงการคลังได้แถลงการณ์ออกมาในความต้องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง คือบริษัท ปตท. และการบินไทย โดยจะลดหุ้นลง 2% จากเดิม 51% ซึ่งจะทำให้ทั้งสองบริษัทเป็นเอกชนเต็มตัว แต่ไม่ได้ระบุชัดถึงเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งในส่วนของ กระทรวงคมนาคม ที่ควบคุมการบินไทยก็ยังไม่มีการพูดอะไรที่แน่ชัดออกมา เลยทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร
และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน
ส่วน “แจ่มศรี ศรีสุกโชติรัตน์” ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ระบุว่า การบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจที่ภาคภูมิใจของคนไทย ก่อตั้งมา 51 ปีจากเงินภาษีของประชาชน เพื่อต้องการบริการประชาชนและเป็นสายการบินของชาติ การบินไทยไม่ควรที่จะถูกแปรรูปการบินไทยต้องเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยที่จะต้องแข่งขันกับเอกชนให้ได้ซึ่งจะต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่เข้าใจว่าเหตุใด
ถึงมีแนวคิดในการลดสัดส่วน !?
โดยเฉพาะที่รัฐบาลบอกว่าจะปลดหนี้สาธารณะ มันเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามมาก การที่รัฐลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นไม่ได้ทำให้การบินไทยบริหารคล่องตัวได้จริง ซึ่งปัจจุบันการคล่องตัวอยู่ที่นโยบายของรัฐ และที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและทางการเมือง แต่ก็ยังยืนอยู่ได้ จึงอยากให้ทางรัฐบาลมีการทบทวนนโยบายและให้การบินไทย
เป็นรัฐวิสาหกิจตามเดิม !!
ขณะที่ “อัปสร กฤษณะสมิต” ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจปตท. ระบุว่าปตท.เป็นพลังงานแห่งชาติ จากที่เป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กว่าจะมาเป็นบริษัท ปตท. จำกัด ภายใต้ พ.ร.บ.ทุนและจดทะเบียนตามกฎหมายแพ่ง ต้องใช้เวลาในการศึกษาวิเคราะห์ ข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบรอบด้าน มีการกำหนดแก้ไขข้อกฎหมายในหลายๆเรื่อง โดยครั้งนั้นก็มีการเรียกร้องขอให้รัฐบาลคงสัดส่วนในการถือหุ้นไว้เพื่อให้ ปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยที่ผ่านมากว่า 10 ปีทางปตท.ก็เจริญรุดหน้าขึ้นเป็นลำดับ สามารถเป็นความมั่นคงของประเทศได้
หากรัฐบาลขายหุ้นปตท.ออกไป !!
ปตท.ก็จะเป็นเอกชนแบบเต็มตัว ทำให้กลไกการตรวจสอบโดยรัฐ การส่งรายได้เข้ารัฐ การแทรกแซงราคา ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการกำหนดราคาพลังงานทั้งก๊าซ และน้ำมันก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในอนาคต การที่เป็นเอกชนจะมีผลกระทบไม่ว่าทางด้านการเงิน ทางภาคธุรกิจ ด้านบุคลากร ด้านประชาชน และด้านกฎหมายต่างๆที่ต้องไปหาทางแก้ไข ก่อนหน้านี้ก็มีการตอบรับว่าจะมีการชลอไว้ก่อนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหยุดแต่อย่างใด ซึ่งรัฐยังมีแนวคิดที่ทำรัฐวิสาหกิจให้เป็นเอกชนอยู่
ซึ่งเป็นเหตุทำให้ออกมาคัดค้าน !!
“คอรัปเตอร์” คงต้องบอกว่า แม้ “พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก” รมช.คมนาคม จะระบุว่าการดำเนินการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่งนั้น มาจากการที่รัฐบาลต้องการเงินงบประมาณไปฟื้นฟู และป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดในอนาคต ทำให้มีแนวคิดในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง แต่ก่อนจะดำเนินการจะต้องมีความรอบคอบ ควรจะศึกษาความเหมาะสม นอกจากนี้ต้องมีการพูดคุยกับพนักงานให้มีความเข้าใจด้วย ซึ่งตนจะนำเสนอเรื่องนี้ให้ รมว.คมนาคม และจะเรียนท่านนายกฯ
ชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน !?
“คอรัปเตอร์” บอกได้อีกเหมือนกันว่าในสัปดาห์นี้ ปมปัญหาแนวคิดการแปรรูปของทั้งสองบริษัท ปตท.และการบินไทย คงจะถูกบรรจุในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญการเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ จะขับเคลื่อนยับยั้งการขายสมบัติชาติครั้งนี้ได้หรือไม่นั้น ถือเป็นสิ่งที่สังคมต้องจับตา เพราะดูเหมือนว่ารัฐบาaล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ตั้งธงแปรรูปไว้ล่วงหน้าแล้วเด้อ…!!!
คอรัปเตอร์
********************************
น.4-คอรัปเตอร์ปะดาบ-300155
จ่อขายสมบัติชาติสวาปามปตท.-บินไทย
คอรัปเตอร์ปะดาบ-ช่วงปลายๆสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงหูกวาง หรือกระทรวงคมนาคม ต้องสะเทือนเลื่อนลั่นอีกครั้ง หลังกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดย”สาวิตย์ แก้วหวาน” เลขาฯสรส. พร้อมด้วย “อัปสร กฤษณะสมิต” ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) “แจ่มศรี สุกโชติรัตน์” ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และสมาชิกทั้งสองบริษัทกว่า 30 คน ได้มายื่นหนังสือต่อ “จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” รมว.คมนาคม เพื่อให้รัฐบาลยุตินโยบายแปรรูป บริษัท ปตท. และ การบินไทย ให้พ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมี “พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก” รมช.คมนาคม มารับหนังสือแทนในครั้งนี้ !! “คอรัปเตอร์” บอกตามตรง “นายสาวิตย์” ในฐานะเลขาฯสรส. ระบุชัด ตามที่กระทรวงการคลังได้แถลงการณ์ออกมาในความต้องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง คือบริษัท ปตท. และการบินไทย โดยจะลดหุ้นลง 2% จากเดิม 51% ซึ่งจะทำให้ทั้งสองบริษัทเป็นเอกชนเต็มตัว แต่ไม่ได้ระบุชัดถึงเหตุผลและความจำเป็น ซึ่งในส่วนของ กระทรวงคมนาคม ที่ควบคุมการบินไทยก็ยังไม่มีการพูดอะไรที่แน่ชัดออกมา เลยทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร และมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ส่วน “แจ่มศรี ศรีสุกโชติรัตน์” ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ระบุว่า การบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจที่ภาคภูมิใจของคนไทย ก่อตั้งมา 51 ปีจากเงินภาษีของประชาชน เพื่อต้องการบริการประชาชนและเป็นสายการบินของชาติ การบินไทยไม่ควรที่จะถูกแปรรูปการบินไทยต้องเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยที่จะต้องแข่งขันกับเอกชนให้ได้ซึ่งจะต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่เข้าใจว่าเหตุใด ถึงมีแนวคิดในการลดสัดส่วน !? โดยเฉพาะที่รัฐบาลบอกว่าจะปลดหนี้สาธารณะ มันเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามมาก การที่รัฐลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นไม่ได้ทำให้การบินไทยบริหารคล่องตัวได้จริง ซึ่งปัจจุบันการคล่องตัวอยู่ที่นโยบายของรัฐ และที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและทางการเมือง แต่ก็ยังยืนอยู่ได้ จึงอยากให้ทางรัฐบาลมีการทบทวนนโยบายและให้การบินไทย เป็นรัฐวิสาหกิจตามเดิม !! ขณะที่ “อัปสร กฤษณะสมิต” ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจปตท. ระบุว่าปตท.เป็นพลังงานแห่งชาติ จากที่เป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กว่าจะมาเป็นบริษัท ปตท. จำกัด ภายใต้ พ.ร.บ.ทุนและจดทะเบียนตามกฎหมายแพ่ง ต้องใช้เวลาในการศึกษาวิเคราะห์ ข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบรอบด้าน มีการกำหนดแก้ไขข้อกฎหมายในหลายๆเรื่อง โดยครั้งนั้นก็มีการเรียกร้องขอให้รัฐบาลคงสัดส่วนในการถือหุ้นไว้เพื่อให้ ปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยที่ผ่านมากว่า 10 ปีทางปตท.ก็เจริญรุดหน้าขึ้นเป็นลำดับ สามารถเป็นความมั่นคงของประเทศได้ หากรัฐบาลขายหุ้นปตท.ออกไป !! ปตท.ก็จะเป็นเอกชนแบบเต็มตัว ทำให้กลไกการตรวจสอบโดยรัฐ การส่งรายได้เข้ารัฐ การแทรกแซงราคา ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการกำหนดราคาพลังงานทั้งก๊าซ และน้ำมันก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในอนาคต การที่เป็นเอกชนจะมีผลกระทบไม่ว่าทางด้านการเงิน ทางภาคธุรกิจ ด้านบุคลากร ด้านประชาชน และด้านกฎหมายต่างๆที่ต้องไปหาทางแก้ไข ก่อนหน้านี้ก็มีการตอบรับว่าจะมีการชลอไว้ก่อนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหยุดแต่อย่างใด ซึ่งรัฐยังมีแนวคิดที่ทำรัฐวิสาหกิจให้เป็นเอกชนอยู่ ซึ่งเป็นเหตุทำให้ออกมาคัดค้าน !! “คอรัปเตอร์” คงต้องบอกว่า แม้ “พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก” รมช.คมนาคม จะระบุว่าการดำเนินการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่งนั้น มาจากการที่รัฐบาลต้องการเงินงบประมาณไปฟื้นฟู และป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดในอนาคต ทำให้มีแนวคิดในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง แต่ก่อนจะดำเนินการจะต้องมีความรอบคอบ ควรจะศึกษาความเหมาะสม นอกจากนี้ต้องมีการพูดคุยกับพนักงานให้มีความเข้าใจด้วย ซึ่งตนจะนำเสนอเรื่องนี้ให้ รมว.คมนาคม และจะเรียนท่านนายกฯ ชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน !? “คอรัปเตอร์” บอกได้อีกเหมือนกันว่าในสัปดาห์นี้ ปมปัญหาแนวคิดการแปรรูปของทั้งสองบริษัท ปตท.และการบินไทย คงจะถูกบรรจุในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์นี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญการเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ จะขับเคลื่อนยับยั้งการขายสมบัติชาติครั้งนี้ได้หรือไม่นั้น ถือเป็นสิ่งที่สังคมต้องจับตา เพราะดูเหมือนว่ารัฐบาaล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ตั้งธงแปรรูปไว้ล่วงหน้าแล้วเด้อ…!!! คอรัปเตอร์********************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค